46 ดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอม

46 ดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอม

เสน่ห์อีกอย่างของพรรณไม้ ไม่เพียงแต่ให้สีสันและรูปทรงงดงามเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นหอมชวนหลงใหล โดย ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม แต่ละชนิดจะมีช่วงเวลาแบ่งบานและส่งกลิ่นหอมแตกต่างกัน กลิ่นหอมจากดอกไม้ อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณได้ลดความเครียด
ลดความเหนื่อยล้าของการทำงาน ช่วยชาร์จแบตร์ให้กับร้างกายในช่วงเวลาที่มีความสุขและได้พักพ่อนเต็มที่มาดูกันว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้ที่จะส่งกลิ่นหอมให้คุณได้ผ่อนคลายมีอะไรกันบ้าง

1. มะลิลา

มะลิลาเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยขนาดเล็ก ออกดอกตลอดทั้งปี มีกลิ่นหอมแรงและหอมตลอดทั้งวันจะหอมมากในช่วงเช้าและเย็น ดอกแห้งสามมารถนำไปปรุงยาหอมและช่วยแก้ไข้ ในส่วนของราก ฝนรับประทาน แก้ร้อนใน เสียดท้องรักษาโรคหลอดลมอักเสบ และขับประจำเดือน

Cr. http://clgc.agri.kps.ku.ac.th/resources/new-fragrant/jasminumsam.html

2. มะลิซ้อน

มะลิซ้อนเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว มีกลีบดอกแน่น ออกดอกตลอดทั้งปี แต่ออกดอกน้อยช่วงฤดูหนาว มีกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน ​“ใบ” รักษาแผลฝีพุพอง แก้ไข้และขับน้ำนม ”ราก” แก้ร้อนใน เสียดท้อง รักษาหลอดลมอักเสบ ขับประจำเดือน และ “ดอกแก่” ช่วยแก้หืด บำรุงหัวใจ

Cr. http://clgc.agri.kps.ku.ac.th/resources/old-fragrant/jasminums.html

3. โมก

โมกเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง มักพบขึ้นตามป่าละเมาะที่ชื้น และตามป่าดงดิบ ออกดอกเป็นช่อ ดอกมีกลิ่นหอมเย็น ในตอนค่ำจะมีกลิ่นหอมแรงกว่าตอนกลางวัน ออกดอกได้ตลอดทั้งปี และจะออกดอกมากเป็นพิเศษในช่วงปลายฤดูและต้นฤดูหนาว

Cr. https://medthai.com/โมกบ้าน/

4. ปีบ

ปีป เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ดอกปีบจะออกดอกเป็นกระจุก ซ้อนตามปลายกิ่ง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จะออกประมาณเดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม ของทุกปี สามมารถช่วย บำรุงปอด มีฤทธิ์ขยายหลอดลม ช่วยบรรเทาอาการโรคหอบหืดได้

Cr. https://health.kapook.com/view212753.html

5. รักเร่

รักเร่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ลำตันแตกกิ่งเป็นทรงพุ่ม ออกดอกเป็นกระจุกใหญ่ดอกเดียวตรงปลายยอด กลีบดอกเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆหลายชั้น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ละมุน สามารถใช้สกัดเป็นสีผสมอาหารหรือใช้ต้มย้อมผ้าได้อีกด้วย

Cr. https://puechkaset.com/รักเร่/

6. กุหลาบ

กุหลาบ ได้รับความนิยมปลูกมากที่สุด เป็นพืชไม้ดอกที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ลำต้นสูงมีหนามออกดอกเดียวตรงปลายยอด ดอกมีกลิ่นเฉพาะตัว เป็นกลิ่นหอมฉุนอ่อนๆ มักนิยมไปสกัดเป็นน้ำหอม

Cr. https://th.wikipedia.org/wiki/กุหลาบ

7. แก้ว

แก้ว เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้ สามารถพบได้ทั่วทุกภาคในป่าดิบแล้ง ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ ตามซอกใบ มีกลิ่นหอมแรง หอมเย็นๆสดชื่น สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลายการอุดตันของเส้นเลือดทำให้การไหลเวียนของเลือดลม เป็นไปได้ดีขึ้น

Cr. https://medthai.com/แก้ว/

8. ลำดวน

ลำดวน เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก พบได้ตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออก และภาคกลางออกดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อ แบบกระจุก ดอกเป็นสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม กลีบดอกหนาแข็ง จะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต แก้ลมวิงเวียน

Cr. https://medthai.com/ลำดวน/

9. คัดเค้า

คัดเค้าเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามแหลมแข็ง ดอกออกเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ตามซอกใบและปลายยอดมีสีเหลืองนวล ช่อดอกบานอยู่ได้หลายวันก่อนเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวและร่วง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน และหอมแรงช่วงพลบค่ำ ออกดอกเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ใช้ผลต้มกับน้ำ ดื่มแก้อาการประจำเดือนมาผิดปกติ

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/perennial/137280.html

10. นมแมว

นมแมว เป็นไม้พุ่มกิ่งเลื้อย พบตามชายป่าชื้นทางภาตใต้และภาคกลาง เป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองนวล ออกเดี่ยวตามง่ามใบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ เวลาเย็นและกลางคืน ออกได้ตลอดปี ดอกดกที่สุดในช่วงฤดูฝน นิยมใช้กลิ่นดอกนมแมวปรุงแต่งกลิ่นขนมไทยและน้ำหอม

Cr. https://sites.google.com/site/kgjhvklb/dxk-nmmaew

11. สร้อยฟ้า (Blue Passion Flower)

สร้อยฟ้าเป็น ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ กลีบดอกสีครีม ปลายสีขาว รูปขอบขนาน มีรยางค์ลักษณะเป็นเส้นสีม่วง มีกลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอดปีและดอกดกช่วงหน้าฝน

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/138262.html

12. พลับพลึง

พลับพลึงเป็นไม้ริมน้ำ เจริญเป็นกอ มีกลีบดอกเรียวแหลม สีขาว มีกาบรองช่อดอกเป็นเยื่อบาง ๆ สีเหลือง ช่วงใกล้ค่ำถึงเช้ามีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี ดอกดกในช่วงฤดูฝน

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/137809.html

13. เล็บมือนาง

เล็บมือนางเป็นไม้เถาเลื้อย มีถิ่นกำเนิดเอเชีย เขตร้อนทั่วไป ดอกสามารถเปลี่ยนสีได้เป็น 2 สี เมื่อแรกบานเป็นสีขาว จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีแดง มีกลิ่นหอมเป็นเสน่ห์ หอมเย็น ละมุน ออกดอกตลอดทั้งปี

Cr. https://www.thairath.co.th/content/161245

14. จันทน์กะพ้อ

จันทน์กะพ้อ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน กระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นที่ลุ่มต่ำ  ดอกสีเหลืองนวลขนาดเล็ก และมีกลิ่นหอมแรงมาก กลิ่นเป็นแบบหอมร้อน ๆ จะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมและดอกจะทยอยบานในเวลาใกล้เคียงกัน สามารถ ใช้ผสมกับยาอื่นปรุงเป็นยาหอมแก้ลม บำรุงหัวใจ

Cr. https://medthai.com/จันทน์กะพ้อ/

15. ปาหนันช้าง

ปาหนันช้าง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก  เปลือกต้นหนา กลิ่นฉุน ดอกมีขนาดใหญ่และยาว เมื่อบาน เมื่อแก่จะมีสีเหลืองอมเขียว ดอกทยอยบานและดอกบานนาน 1 สัปดาห์ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ในช่วงเย็น ฤดูดอกบานจะอยู่ในช่วง สิงหาคม – กันยนยน

Cr. http://tonmaionline.lnwshop.com/product/14/ปาหนันช้าง

16. เดหลีใบกล้วย (Peace lily)

เดหลีใบกล้วย จัดเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูก เป็นทรงพุ่มขนาดเล็ก ออกดอกเป็นช่อมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ โดยดอกย่อยแต่ละดอกมีสีเหลืองอ่อน ซึ่งเมื่อบานจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆนาน 8-10 วัน ซึ่งจะส่งกลิ่นหอมแรงในช่วงเช้าจะออกดอกได้ตลอดทั้งปี และออกดอกมากในฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายนเป็นไม้ที่ช่วยดูดซับสารพิษได้ดี

Cr. https://puechkaset.com/เดหลี/

17. กระทิง (Alexandrian laurel)

กระทิงเป็น ไม้ต้น ขนาดเล็ก พบในแถบแอฟริกา ยอดเป็นพุ่ม ลักษณะดอกเป็น ช่อกระจุกแยกแขนงสั้นๆ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว ดอกมีกลิ่นหอม ไม่แรงมาก ออกดอกติดผลตลอดทั้งปี นิยมปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงา และยังช่วยปรุงเป็นยาหอมบำรุงหัวใจ

Cr. https://adeq.or.th/กระทิง/

18. กระดังงาไทย (Ylang-ylang)

กระดังงาไทย เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ยอดเป็นทรงพุ่มแน่น แตกกิ่งก้านสาขามาก ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ บนกิ่งเหนือรอยแผลใบ ช่อดอกแยกแขนง ดอกย่อยเป็นสีเหลืองอมเขียวหรือสีเขียว มีกลิ่นหอมมาก มีสรรพคุณแก้ลมวิงเวียน ใช้ปรุงเป็นยาหอม ใช้เป็นยาชูกำลัง ทำให้หัวใจชุ่มชื่น บำรุงธาตุ บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ แก้ไข้ แก้อาการอ่อนเพลีย

Cr. https://medthai.com/กระดังงา/

19. เปลวสุริยัน (Mexican flame vine)

เปลวสุริยันเป็น ไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดกลาง ไม้เลื้อยดอกหอมที่ให้ดอกสีแดงสดใส ควรปลูกในตำแหน่งแสงแดดเต็มวันออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกย่อยแต่ละดอกประกอบด้วยดอกเล็กๆ จำนวนมาก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกเดือนตุลาคมถึงมีนาคม สามารถ ปลูกเป็นไม้เลื้อยริมรั้วหรือเป็นซุ้มให้ร่มเงา

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/vegetable/135941.html

20. อินจันทร์ (Flowering moon)

อินจันทร์ เป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตช้า เป็นต้นไม้โบราณที่ในปัจจุบันใกล้จะสูญพันธุ์ เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10-20 เมตร ดอกมีสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ผลของลูกจันทร์นั้น เมื่อสุกสีเหลืองนวล จุดเด่นของลูกจันสุกอยู่ที่มีกลิ่นหอมชื่นใจมาก คนไทยแต่โบราณจึงนิยมเก็บมาดมและวางไว้ตามมุมห้อง เพื่อให้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว และ มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี

Cr. https://medthai.com/อินจัน/

21. กลาย (Mitrephora)

กลายเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กหรือเป็นไม้พุ่มโปร่งขนาดเล็กออกดอกเป็นดอกเดี่ยว โดยออกตรงข้ามกับใบที่ปลายกิ่ง ดอกเป็นสีเหลืองนวลหรือเข้ม มีกลิ่นหอมจริงและหอมแรงตลอดทั้งวัน จะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม

Cr. https://medthai.com/กลาย/

22. ปาหนันเมืองกาญจน์ (Goniothalamus)

ปาหนันเมืองกาญจน์ เป็นไม้ยืนต้นที่ไม่สูงมาก ออกดอกเป็นรูปดอกคว่ำสีเหลืองนวลส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ พบเฉพาะในพื้นที่อำเภอสังขละและทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีฤดูออกดอกในเดือนมีนาคม ดอกบานอยู่ได้ 2-3 วัน เมื่อดอกบานมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มีผลแก่ในช่วงเดือนกันยายน ชอบขึ้นอยู่ในพื้นที่ป่าดิบชื้น ตามริมลำธารบริเวณเขาหินปูน

Cr. http://www1a.biotec.or.th/BRT/index.php/newspecies/237-goniothalamus-kanchanaburi

23. อรพันธุ์ (Baikiaea)

อรพันธ์เป็นไม้ยืนต้น หากอยากให้สวนมีกลิ่นหอมอ่อนในช่วงค่ำ อรพันธุ์เป็นไม้หอมอีกชนิดที่ควรปลูกลำต้น สูงประมาณ 10-15 เมตร  ชอบแสงแดด ทั้งยังให้ร่มเงาได้ดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จะออกดอกในช่วง กุมภาพันธ์จนถึงเดือนเมษายน

Cr. http://www.decorreport.com/a25350-สวนหอม

24. แก้วแคระ (Andaman satinwood)

แก้วแคระ ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก นิยมปลูกไว้เพื่อเป็นแนวรั้วบ้าน ออกดอกเป็นข่อดอกสั้น ๆ ตามซอกใบ ดอกสีขาว ขนาดเล็ก ดอกแก้วยังมีสีขาวสะอาดสดใสมีกลิ่นหอมนวลไปไกลมีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน และหอมมากช่วงกลางคืน

Cr. http://lkpgarden.blogspot.com/2015/04/blog-post.html

25. คำขาว (Westland’s rhododendron)

คำขาวเป็นไม้ประเภทกุหลาบพันปีชนิดหนึ่ง ในวงศ์กุหลาบป่า เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กแพร่กระจายพันธุ์ตามป่าดิบเขา ที่ค่อนข้างโปร่ง ออกดอกระหว่างเดือนตุลาคม-พฤษภาคม กลิ่นหอมปานกลางบวกกับให้ดอกสีขาวบริสุทธิ์ และรูปลักษณ์ของดอกที่อ่อนช้อย สามารถนำมาปลูกเป็นไม้ดอก ไม้ประดับได้ และชอบแสงแดดตลอดทั้งวัน

Cr. http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada3/2016/08/01/entry-25

26. นางแดง (Mitrephora)

นางแดง เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มกลม  จัดเป็นพืชในวงศ์เดียวกันกับกระดังงามีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ตามป่าดิบแล้ง ออกดอกเป็นช่อกระจุกใกล้ใบ กลีบดอกเป็นสีเหลืองเข้ม ประด้วยสีม่วงดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็น อาจบานพร้อมกันหรือทยอยบานไปเรื่อยๆ เมื่อบานเต็มที่แล้วก็จะร่วงโรยในวันต่อไป เริ่มให้ดอกในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนิยมปลูกเป็นไม้ประดับบนลานกว้างกลางแจ้ง

Cr. https://www.vichakaset.com/ดอกนางแดง/

27. กรรณิการ์ (Jasmine flower)

กรรณิการ์ เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง เมื่อโตเต็มที่มีความสูงประมาณ 3-4 เมตร ดอกสีขาว ออกเป็นช่อดอกเล็กๆ กระจายที่ปลายกิ่ง วงในดอกเป็นสีแสด มีกลิ่นหอมแรง บานกลางคืน พอรุ่งเช้าร่วงโรยราหล่นหมด และจะผลิดอกขึ้นมาใหม่อีกจนกว่าดอกจะหมดในทุกๆกรวย ออกดอกตลอดปี และจะออกมากในช่วงย่างเข้าหน้าหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ต้นมกราคม ดอก นำมาใช้แก้ไข้ แก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการกลั่นด้วยไอน้ำไปใช้ทำน้ำหอม

Cr. http://maidokmaipradab.blogspot.com/2012/01/kannika.html

28. สายน้ำผึ้ง (Honeysuckle flower)

สายน้ำผึ้ง มีถิ่นกำเนิด จาก ประเทศญี่ปุ่น ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยเป็นไม้เถาเลื้อย ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบดอกเป็นสีขาว หรือ สีเหลืองอ่อน จากนั้นจะเป็นสีเหลืองจัดเมื่อดอกแก่ ดอกมีกลิ่นหอมเย็น เวลามีดอกดก และดอกบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูสวยงามและส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายเมื่อเข้าไปยืนใกล้ๆดอกออกตลอดปี มีดอกดกช่วงระหว่างเดือน มีนาคม

Cr. https://www.thairath.co.th/content/273301

29. พุดเศรษฐีสยาม (Giant Pinwheel Flower)

พุดเศรษฐีสยามเป็น ไม้พุ่มสูงประมาณ5 เมตร นิยมปลูกในสวนขนาดเล็ก อย่างสวนข้างบ้าน สวนหลังบ้าน ดอกเดี่ยว กลีบดอกสีขาวน่ามอง ชอบแสงแดดเต็มวัน ออกใกล้ปลายยอด ดอกบานสองวันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน ออกดอกตลอดปี

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/perennial/137238.html

30. มณฑา (Monk flower)

มณฑาเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ดอกแตกออกตามง่ามใบ หรือส่วนยอดของลำต้น กลีบดอกแข็งหนา กลีบดอก 3 กลีบ ซ้อนกันเป็นชั้น ลักษณะคล้ายกับดอกลำดวน ดอกเล็กสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนตลอดวันหอมแรงช่วงค่ำจนถึงเช้า เหมาะที่จะปลูกในตำแหน่งใกล้กับห้องนอนต้องการแสงแดดอ่อน รำไร หรือแสงแดดปานกลาง

Cr. http://www.maipradabonline.com/maimongkol/montha.htm

31. มหาพรหมราชินี (Mitrephora sirikitiae Weerasooriya)

มหาพรหมเทวีเป็นไม้ยืนต้น สูง 5-15 เมตร ออกเป็นดอกเดี่ยวๆตามซอกใบ กลีบเป็นสีขาวหรือสีเหลืองนวล กลีบชั้นในปลายกลีบจะจดติดกัน เป็นรูปโดมแหลม สีแดงหรือสีม่วงอ่อนอมชมพู ดอกมีกลิ่นหอมแรงจึงทำให้เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นดูงดงามและส่งกลิ่นหอม ดอกออกทั้งปี

Cr. https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1003472

32. แย้มปีนัง (Climbing Oleander)

ต้นแย้มปีนัง จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลางแตกกิ่งก้านจำนวนมากเป็นพุ่มแน่นทึบ มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาและเอเชีย ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง ดอกเป็นสีชาวอมม่วงชมพู มีกลิ่นหอม ดอกมีลักษณะเป็นรูปแตรโคนกลีบดอก เป็นหลอดคล้ายรูประฆัง ดอกย่อยจะทยอยบาน ดอกสามารถบานอยู่ได้หลายวัน ออกดอกมากในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม มีสรรพคุณเป็นยาขับลม แก้อาการจุกเสียด ภูมิแพ้ ลดความดันโลหิตสูง

Cr. https://medthai.com/แย้มปีนัง/

33. กันเกรา (Anan)

กันเกราเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณในทุกภาค พบมากบริเวณลุ่มที่ชื้น ใกล้แหล่งน้ำรวมถึง พบได้ในป่าดิบชื้น นิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ให้ร่มเงา และเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกดก ดอกมีกลิ่นหอม และมีสีสวยงามรวมทั้งใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาโรคมาลาเรีย บำรุงธาตุ แก้หอบหืด บรรเทาอาการไอ และรักษาโรคผิวหนังที่ไม่รุนแรง ออกดอกระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน

Cr. https://puechkaset.com/กันเกรา/

34. มะลิก้านแดง (Home Biennial)

มะลิก้านแดง ม้เลื้อยขนาดกลาง กิ่งก้านเลื้อยได้ไกล 3 – 4 เมตร ออกเป็นช่อที่ปลายยอดดอกตูมสีชมพู กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ในตอนเย็นถึงตอนกลางคืน ออกดอกตลอดปี ทำให้คนไทยนำดอกมะลิก้านแดงไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยกันบ่อย ๆ แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะดอกมะลิยังสามารถนำไปทำเป็นยาสมุนไพรแก้ปวดเมื่อยและเคล็ดขัดยอกได้ด้วย

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/biennial/138192.html

35. แก้วเจ้าจอม (Lignum Vitae)

แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 10-15 เมตร พุ่มแผ่กว้างทรงกลม เรือนยอดทึบ เป็นพันธุ์ไม้จากหมู่เกาะอินดีสตะวันออก เป็นพันธุ์ไม้ประดับที่มีทรงพุ่มสวยงามโดยธรรมชาติตลอดปี ดอกสีม่วงคราม (สีฟ้าอมม่วง) และจางลงเมื่อใกล้โรย อายุของดอกประมาณ 3-5 วัน หลังดอกบาน ดอกเดี่ยวออกเป็นกระจุก ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกดอกปีละ 2 ครั้ง คือเดือนสิงหาคม-ตุลาคม และ เดือนธันวาคม-เมษายน ทั้งยังใช้เป็นยาสมุนไพรกันอย่างกว้างขวาง รักษาโรครูมาติซัมเรื้อรัง โรคไขข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน โรคหอบหืด โรคเบาหวาน

Cr. https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=fasaiwonmai&month=03-2016&date=07&group=2&gblog=762

36. พุดน้ำบุศย์, พุดน้ำบุษย์ (Golden Gardenia)

พุดน้ำบุศย์เป็น ไม้พุ่มขนาดกลาง แตกกิ่งก้านจำนวนมากในระยะที่ดอกบานแรกๆ จะมีสีขาวนวลและส่งกลิ่นหอมฟุ้ง พอวันถัดมาก็จะค่อย ๆ กลายเป็นสีเหลืองและส่งกลิ่นหอมแรงตลอดทั้งวัน โดยจะหอมมากสุดในตอนค่ำ ๆ ซึ่งสามารถหอมได้ไกลถึง 2-3 เมตร ถ้าปลูกในร่มจะไม่ออกดอก

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/138534.html

37. มหาหงส์ (White Ginger)

มหาหงส์ จัดเป็นไม้ล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีอายุหลายปี ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดรำไร เพาะปลูกง่าย แข็งแรง โตเร็ว อายุยืน มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เหง้าเป็นสีนวลและมีกลิ่นเฉพาะ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอดของลำต้นเทียม ดอกมีขนาดใหญ่และมีกลิ่นหอม โดยจะออกตามซอกใบ จะมีสีขาวนวลบริสุทธิ์หรือสีเหลืองแซม ออกเป็นช่อตลอดปี แต่เวลาบานไม่บานทั้งช่อ ค่อยๆ ทยอยกันบาน เป็นดอกไม้ที่จะเริ่มส่งกลิ่นหอมในเวลาเย็น ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นสเลเตกันมากออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม

Cr. https://medthai.com/มหาหงส์/

38. ราชาวดี (Butterfly bush)

ราชาวดี เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดย่อม ลักษณะกึ่งไม้เลื้อย ดอก จะออกเป็นช่ออยู่ตามปลายกิ่ง หรือส่วนยอดของต้น ลักษณะดอกเป็นช่อ ดอกจะทยอยบานในเวลาไล่เลี่ยกัน และบานจากโคนกิ่งไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ปลายกิ่งจะมีดอกอ่อนเกิดขึ้นใหม่ยาวออกไปเรื่อยๆ  มีสีขาว สีม่วง และสีชมพู ประเภทสีม่วงดอกจะใหญ่กว่าสีขาว มีกลิ่นหอม ส่งกลิ่นกระจาย เป็นพรรณไม้ที่ให้ดอก ตลอดทั้งปี ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นที่หอมแรงมากในตอนเช้าตรู่ให้ดอกค่อนข้างมากในช่วงหน้าฝน ราชาวดีมีน้ำมันหอมระเหย ใช้ในการรักษาแบบกลิ่นบำบัด หากเลยฤดูกาลไปแล้วก็ยังพอมีดอกให้ชมบ้างแต่อาจจะไม่มากเหมือนช่วง กรกฎาคม-สิงหาคม

Cr. https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=fasaiwonmai&month=10-2016&group=2&date=17&gblog=825

39. ประยงค์ (Chinese Rice Flower)

ต้นประยงค์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ โดยจัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทรงพุ่มทึบค่อนข้างกลม ขึ้นได้ดีในทุกสภาพดินฟ้าอากาศ ทนความแห้งแล้งได้ดีมาก แต่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดตลอดทั้งวัน ดอกประยงค์ ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆโดยจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ในแต่ละช่อดอกจะประกอบไปด้วยดอกย่อยขนาดเล็กมากกว่า 10 ดอก ดอกย่อยเป็นสีเหลืองและมีกลิ่นหอมแรง ลอยไปได้ไกล (แม้ดอกแห้งก็ยังมีกลิ่นหอมอยู่) สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตลอดทั้งวัน

Cr. https://medthai.com/ประยงค์/

40. บุหงาส่าหรี (Chinese Rose)

บุหงาสาหรี มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากหมู่เกาะเวสต์อินดีส เป็นไม้ต้น สูง 3-10 เมตร ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอกเป็นรูปแท่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอมแรงเวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น โดยจะหอมมากในช่วงเย็น ๆ จนถึงกลางคืน แต่ในตอนเช้ากลิ่นจะจางลง และหายไปในช่วงบ่ายๆ

Cr. https://www.thairath.co.th/content/314329

41. สายหยุด (Silk flower)

ต้นสายหยุด มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ ตลอดจนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักพบขึ้นตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และตามป่าเบญจพรรณ ดอกสายหยุด ออกดอกเดี่ยว โดยจะออกด้านล่างตรงข้ามกับใบ ตอนเริ่มออกเป็นสีเขียวและต่อมาดอกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงสีส้มอ่อน ดอกมีกลิ่นหอม และบานอยู่ได้นาน ส่งกลิ่นหอมมากๆ ในตอนเช้า แต่พอตกสายหรือเมื่อเจออากาศร้อน กลิ่นก็จะค่อยๆ หายไป โดยคนส่วนมากนิยมนำดอกสายหยุดมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับเพิ่มความสวยงามแก่บ้าน สร้างร่มเงาบังแดด บังฝน และนำไปทำน้ำมันหอมระเหย รวมถึงดอกสายหยุดยังมีฤทธิ์บำรุงหัวใจ แก้ไขหวัด ท้องอืด และอาการเวียนหัวด้วย

Cr. https://medthai.com/สายหยุด/

42. หิรัญญิการ์ (Easter Lily Vine)

ต้นหิรัญญิการ์ เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเนปาล จัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็งแตกเป็นพุ่มเป็นกอ ชอบขึ้นตามชายป่าดิบ หรือป่าเบญจพรรณใกล้ลำธาร ดอกหิรัญญิการ์ ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกที่บริเวณปลายกิ่งหรือตามง่ามใบ ดอกจะทยอยบาน ชอบแดดเต็มวัน จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และจะออกดอกในช่วงธันวาคม-เมษายน

Cr. https://medthai.com/หิรัญญิการ์/

43. โมกราชินี (Wrightia sirikitiae)

โมกราชินีเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 6 เมตร บางต้นแคระแกร็นคล้ายบอนไซ โมกราชินี หรือโมกสิริกิติ์ ซึ่งขอพระราชทานพระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มาตั้งเป็นคำระบุชนิดเมื่อปี พ.ศ. 2544 ออกดอกเดี่ยวออกที่ปลายยอด ดอกมีรยางค์เป็นขนยาว กลิ่นหอมอ่อนๆ ในช่วงเย็นไปจนถึงค่ำออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน

Cr. https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/137727.html

44. พุดซ้อน (Gardenia flower)

ต้นพุดซ้อน มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นไม้พุ่มเตี้ยหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หากปลูกในที่มีแสงแดดไม่เพียงพอจะทำให้ไม่ค่อยออกดอก ดอกพุดซ้อน โดยมากแล้วจะออกดอกเป็นดอกเดี่ยว โดยจะออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกมีขนาดใหญ่ ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกพุดจีบ ดอกของพุดซ้อนจะเป็นสีขาวและมีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น นิยมนำดอกไปร้อยเป็นมาลัยบูชาพระ หรือนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ทำน้ำหอม เปลือกของต้นพุดซ้อนมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้บิด ใบแก้อาการปวดศีรษะ เคล็ดขัดยอก ดอกคั้นน้ำทาแก้โรคผิวหนัง ผลใช้ขับพยาธิ ขับปัสสาวะได้ด้วย

Cr. https://medthai.com/พุดซ้อน/

45. การเวก (Climbing ylang-ylang)

การเวก เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งที่มีเถาขนาดใหญ่ และมีอายุยืนนานหลายปีมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียตอนใต้ และศรีลังกา ทนต่อภาวะมลพิษทางอากาศได้สูง จึงนิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงา และช่วยลดมลพิษทางอากาศ ดอกอ่อนหรือดอกตูมที่ยังไม่บานจะมีรูปทรงกรวย ปลายดอกแหลม เมื่อบานจะกลีบดอกจะแผ่ออก และมีกลิ่นหอม ดอกการเวกจะบานได้ตลอดทั้งปี และจะออกดอกมากในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม และดอกยังใช้สกัดน้ำมันหอมระเหยที่นิยมใช้ทำน้ำหอม และยาหอม ใช้ทานวด และใช้ในด้านความสวยความงาม

Cr. https://puechkaset.com/กระดังงาการเวก/

46. ชมนาด (Bread Flower)

ชมนาด กลิ่นหอมนุ่มเป็นเอกลักษณ์คล้ายข้าวใหม่ผสมใบเตย และหอมมากในช่วงเย็นทำให้ชมนาดกลายเป็นดอกไม้อีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาอบน้ำ เพื่อทำข้าวแช่ ลอยน้ำดื่มพร้อมกลิ่นหอมๆ ชื่นใจ และทำเครื่องหอม ชมนาดออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมากคล้ายรูประฆังคว่ำ กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีเขียวอ่อนเชื่อมติดกัน แม้ว่าดอกชมนาดจะร่วงเร็วเพียงแค่ 1-2 วัน แต่ก็นิยมปลูกประดับสวนเป็นซุ้มไม้เลื้อยและซุ้มทางเดินซึ่งเดือนเมษายนจะออกดอกมากเป็นพิเศษ ฤดูออกดอกอยู่ในช่วงมกราคม-มิถุนายน

Cr. https://www.baanlaesuan.com/111043/plant-scoop/climber_flower

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://thaniya1988.com/กลิ่นเทียน/

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.baanlaesuan.com/9244/plant-scoop/fragrance-of-the-nighthttps://thaniya1988.com/38-ไม้หอมของไทยที่หอมเลอ/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *